กลอน สรภัญญะ อีสาน
รวบรวมโดย วัดป่ามหาชัย จังหวัดนครพนม


บทสรภัญญ์ พื้นบ้านอีสาน 

บทมาลาบูชาคุณ

มาลาดวงดอกไม้ มาตั้งไว้เพื่อบูชา 
ขอบูชาคุณพระพุทธ ผู้สูงสุดในโลกา 

มาลาดวงดอกไม้ มาตั้งไว้เพื่อบูชา 
ขอบูชาคุณพระธรรม อันน้อมนำเกิดปัญญา 

มาลาดวงดอกไม้ มาตั้งไว้เพื่อบูชา 
ขอบูชาคุณพระสงฆ์ ผู้ดำรงศาสนา 

มาลาดวงดอกไม้ มาตั้งไว้เพื่อบูชา 
ขอบูชาคุณบิดา คุณมารดาที่เลี้ยงมา 

มาลาดวงดอกไม้ มาตั้งไว้เพื่อบูชา 
ขอบูชาครูผู้สอน ผู้เขียนกลอนสรภัญญ์ 

ดอกไม้เก็บใส่ขัน ตั้งเป็นฐานอยู่สอนลอน 
ปวงข้าประนมกร จงถาวรทุกองค์เทอญ ฯ 

กลอนกราบบูชาพระรัตนตรัย

( นำ) เตรียมตัวพวกเราเอย ๆ เตรียมตัวเลยประนมมือ 
( รับ) เตรียมตัวนั่งประโหย่ง ๆ ประนมมือขึ้นชอนลอน 

ยกพระกรขึ้นกราบทูล ๆ อันไพบูลย์ระลึกถึง 
กราบลงครั้งที่หนึ่ง ๆ ระลึกถึงคุณพระพุทธ 

กราบลงครั้งที่สอง ๆ ตั้งใจปองแด่พระธรรม 
กราบลงครั้งที่สาม ๆ ตั้งใจงามต่อพระสงฆ์ 

สตรีผู้เลื่อมใส ๆ จงตั้งใจทุกคนเทอญ 
แต่นี้เริ่มบูชา ๆ ดวงมาลาบูชาคุณ 

ขอบูชาแด่พระพุทธ ๆ ผู้ได้ตรัสรู้มา 
ขอบูชาแด่พระธรรม ๆ ผู้ได้นำคำสอนมา 

ขอบูชาแด่พระสงฆ์ ๆ ผู้ดำรงพระวินัย 
มาลาดวงดอกไม้ ๆ มาตั้งไว้เพื่อบูชา 

ขอบูชาแด่พระพุทธ ๆ แด่พระธรรมพระสงฆ์พร้อม 
ด้วยจิตอันนอบน้อม ๆ พร้อมทั้งครูผู้มีคุณ 

ขอบูชาบุญส่วนนี้ ๆ จงเกิดมีแก่ข้าเทอญ

กลอนให้รักษาศีล ๕

ดูก่อนท่านชายหญิง เกิดพึ่งพิงอิงโลกา
อาศัยผลของกรรม ที่บำเพ็ญแต่บุพเพ

ทานศีลภาวนา บำเพ็ญมาในกาลก่อน
ชาตินี้จึงได้เกิด ชาติประเสริฐมนุสสา

บำเพ็ญมามนุษยธรรม มีประจำไว้ในใจ
ชาตินี้ไซร้ก็เหมือนกัน บำเพ็ญธรรมอย่าประมาท

รักษาศีลอย่าประมาท นรชาติท่านชายหญิง
สีลังก็คือศีล สำรวมสิ้นในอินทรีย์

รักษาดีไม่ด่างพร้อย เทียมเพชรพลอยอันมีค่า
ศีลห้านิจศีล ให้รักษานิจกาล

รักษาได้ให้ผลจริง สุคะติงเป็นที่หวัง
กำจัดตัวโมหะ ตัดราคะให้เบาบาง

ไม่รักใครในโลกา ตัวสีลาทรงกำจัด
ดัดกายและวาจา ให้เรียบร้อยไม่เบียดเบียน

ฉกชิงและวิ่งราว เราเว้นได้ก็เพราะศีล
หมดทั้งสิ้นในสิกขา ตัวปาณาอย่าล่วงเกิน

เผอิญให้จำตาย จงเว้นกายจะเป็นกรรม
อทินนาอย่ากระทำ เกิดใจดำเป็นโจรา

กาเมสุมิจฉา ไม่โลภาในทางกาย
มุสาวาทไม่ลามปาม พูดตามจริงอย่าหลอกลวง

จะเป็นกรรมแก่ตนมา ใช้วาจาเป็นสัมมา
สุราเมรัยเว้น เป็นที่ตั้งความประมาท

อย่าให้ขาดศีลทั้งห้า ที่ว่ามานิจศีล
ให้รักษาไม่เลือกกาล จะพ้นพาลการนินทา

เทวดาในชั้นฟ้า ต้องได้มาจากผลศีล
อมรินทร์ในเมืองแมน ย่อมยึดแน่นในสีลัง ฯ

กลอนทานศีลภาวนา

ทานังการให้ทาน ย่อมสมานมิตรไมตรี
ผู้ให้และผู้รับ ย่อมสนับเกื้อกูลกัน

สวรรค์และพระนิพพาน การให้ทานเป็นบันได
ยากไร้อนาถา ในชาติหน้าหาไม่มี

ศีลมัยรักษาศีล สำรวยสิ้นในอินทรีย์
รักษาดีในสิกขา กายวาจาไม่เบียดเบียน

ภาวนาควรเล่าเรียน อุตส่าห์เพียรกรรมฐาน
เจริญกรรมฐาน บำเพ็ญฌานชำรอกตน

ให้พ้นจากกิเลส สมุจเฉทะปหาน
ทานังเป็นสะพาน ศีลมัยเป็นรั้วล้อม

ภาวนาเจริญพร้อม ย่อมอุ้มชูผู้กระทำ
ให้ถึงเมืองสวรรค์ พระนิพพานท่านนี้เอย ฯ

  กลอน พุทธคุณ ๙ บท

พุทธคุณมีเก้าบท ท่านกำหนดแต่โดยย่อ
ทำให้เหมาะกับจิตใจ อรหังเป็นบทใหญ่

ท่านวางไว้กับพุทโธ ตั้งนะโมลงนอบน้อม
สัมมาสัมพุทโธ ตรัสรู้โพธิญาณ

วิชชาจะระณะ สัมปันโนผู้ถึงพร้อม
หนทางรู้วิชา รู้แรกเริ่มแห่งวิชา

สุคะโตสุคะตะ ท่านเสด็จไปดีแล้ว
โลกาโลกะวิทู รู้แจ้งโลกด้วยดวงตา

อะนุตตะโรปุริสะ ธัมมะสาระถี
เป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าบุรุษ สารถีที่ฝึกม้า

ไม่มีบุรุษใด ยิ่งไปกว่าพระสัมมา
สัตถาเป็นครูสอน เทวดามนุสโส

พุทโธผู้ตื่นแล้ว เบิกบานแล้วในหทัย
ภะคะวาผู้โชคดี ดับทุกข์โศกไม่มีภัย

ระลึกถึงในบทใด ให้เข้าใจในชั้นแรก
แล้วให้แยกถึงบทคุณ ที่สมบูรณ์ด้วยเมตตา

มีจรรยาน่าเคารพ ไม่โลภหลงทรงกำจัด
ประพฤติวัตรบำเพ็ญเพียร พระองค์เรียนด้วยส่วนตัว

ได้รับผลเห็นทุกชาติ ด้วยอำนาจตัดวัฏฏะ
เห็นมรรคาคือองค์แปด เราเริ่มแรกให้ศึกษา

เป็นมรรคาทางสมบูรณ์ จะเห็นคุณคือสัมมา
พระสัตถาองค์ล้ำเลิศ พระคุณนี้ประเสริฐจริง ฯ

  กลอน ธรรมคุณ ๖ บท

พระธรรมเป็นคำสอน มีคุณหย่อนกว่ากันมา
พระองค์ว่ามีหกบท ท่านกำหนดแต่ไหนมา

สวากขาตะธรรม พระสัมมาตรัสดีแล้ว
พระธรรมตรัสดีแล้ว ไม่แปรผันเหมือนน้ำดอง

สันทิฏฐิกะบทที่สอง ใครมองเห็นย่อมรู้เอง
ไม่ต้องเพ่งคำคนอื่น ที่บอกเล่าเขลาโมโห

อกาลิโกบทที่สาม ไม่เลือกกาลเลือกสมัย
ผลไม้เลือกเวลา พระธรรมาไม่เลือกกาล

เอหิปัสสิโก จงมาดูท่านทั้งหลาย
เรียกร้องให้มาชม ดุจเป็นของแปลกประหลาด

โอปะนะยิโก ควรนอบน้อมเข้ามาหา
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ อันวิญญู

พึงรู้เฉพาะตน ได้เห็นผลอันไพบูลย์
ธรรมคุณเป็นระบบ รักษาชอบไว้ในใจ

เหมือนโพธิ์ไทรใบดกหนา สักกุณาอาศัยร่ม
พระธรรมก็เหมาะสม เหมือนร่มใหญ่ในยามฝัน

รักษาคนผู้ทำตาม ให้งอกงามมีจรรยา
ธรรมารักษาตน น้อมเอาผลที่ตนทำ
คุณธรรมชักนำตน ให้งอกงามตามนุสนธิ์ ฯ

  กลอน สังฆคุณ ๙ บท

พุทธมามกชน ที่เอาตนเข้านั่งใกล้
แสดงเป็นอุบาสก เป็นทายกทายิกา

เข้านั่งใกล้รัตนา แก้วสามดวงเป็นที่พึ่ง
สังฆคุณเป็นองค์หนึ่ง เป็นที่พึ่งของพวกเรา

ท่านนั้นเข้าเก้าประการ พิสดารกว่าคุณธรรม
ท่านกำหนดแต่ไหนมา สาวกาของพุทโธ

สุปฏิปันโน ประพฤติดีพร้อมแล้ว
อุชุปฏิปันโน ปฏิบัติไปโดยตรง

ญายะปฏิปันโน ปฏิบัติตามพระธรรม
สามีจิปฏิปันโน ประพฤติดีตามสมควร

ปฏิบัติไม่หลอกลวง น่าเลื่อมใสน่านับถือ
อาหุเนยโยบทที่ห้า มีจรรรยาน่าเคารพ

ปาหุเนยโยบทที่หก เป็นผู้ควรแก่เจ้าถิ่น
ต้อนรับและปราศรัย เว้นไม่ได้ในบทนี้

ทักขิเณยโยเป็นผู้ควร ของทำบุญทักขิณา
อัญชลีกรณีโย เราควรทำอัญชลี

ประนมือขึ้นกราบไหว้ หมู่พระสงฆ์อริยา
บทที่เก้าเป็นนาบุญ โลกัสสะของชาวโลก

ไม่มีนาบุญอื่น ยิ่งไปกว่าหมู่พระสงฆ์
พระผู้ทรงประดิษฐ์สอน เป็นคำกลอนให้เราดู

สังโฆเป็นพระคุณ เป็นเค้ามูลแก้วดวงสาม
พวกเราจงกราบกราน นมัสการทุกคน เทอญฯ


กลอนกราบไหว้คุณบิดามารดา

ข้าขอกราบไหว้คุณ ของบิดาและมารดา
เลี้ยงลูกเฝ้ารักษา ทนทุกข์มาแต่ในครรภ์

อุ้มท้องประคองครรภ์ ทุกข์มหันต์ก็ทนมา
คลอดแล้วนอนไปหนา ทนทุกขาต่อลูกตน

ให้นมให้ข้าวป้อน ช่วยถนอมทุกข์สิ่งสรรพ์
ลูกที่จะแทนคุณ ควรอุดหนุนพ่อแม่ตน

พ่อแม่ท่านกังวล ด้วยลูกตนทุกเวลา
กตัญญูรู้จักคุณ จงแทนคุณมารดาเรา

บิดาคุณมากนัก เปรียบน้ำหนักเท่าแผ่นดิน
ส่วนคุณมารดาเรา ท้องฟ้าเท่าเปรียบให้เห็น

ข้าขอประนมน้อม เคารพพร้อมและยำเกรง
กราบไหว้ด้วยความเกรง เคารพเองด้วยศรัทธา

จงไหว้คุณบิดา คุณมารดาของเรา เทอญฯ

กลอนกราบไหว้คุณอาจารย์

ข้าขอกราบไหว้คุณ อันไพบูลย์พระอาจารย์
กรุณาทุกประการ พระอาจารย์ท่านสั่งสอน

วิชาความรู้แจ้ง ท่านชี้แจงให้แลเห็น
รักใคร่ไม่เอียงเอน หวังให้เป็นฉลาดคน

อาจารย์ท่านสอนจริง ให้รู้ยิ่งปรีชาญาณ
สวรรค์และนิพพาน ทุกประการอาจารย์สอน

คุณนี้ควรกราบไหว้ ยกขึ้นไว้บนเหนือเศียร
พวกเราควรเล่าเรียน อุตส่าห์เพียรให้เชี่ยวชาญ

ควรไหว้ควรกราบกราน พระอาจารย์ของเราเอง
กราบไหว้ด้วยความเกรง เคารพเองทุกเวลา

พวกเราควรบูชา ด้วยศรัทธาพระอาจารย์
ควรไหว้ควรกราบกราน คุณอาจารย์ของเราเทอญ ฯ

กลอนวัตรนารี

เกิดเป็นสตรีที่มีศักดิ์ บำรุงรักเพียรพักกาย
สังวรให้เป็นผล ตามระบบให้ชอบกล

จะพ้นพาลการนินทา คารัยหาความติฉิน
รูปร่างที่ร่ำรวย สวยสะอาดก็มากมาย

เหมือนมณีอันมีค่า แก้วมุกดามีราคา
แม้นแตกรอยถอยราคา จะพลอยพาให้หอมหาย

จากกายคณานาง ดูรูปร่างที่ต่ำแล้ว
อย่าทำให้กายสูง ดูเยี่ยวยูงยังมีแวว

เป็นแก้วที่วาหาง คอยเสงี่ยมเจียมในใจ
จะไว้วางให้ยกย่อง กิริยาเป็นนารี

จะหวีผมหรือทาแป้ง แต่งอินทรีย์ดูฉวี
ผิวเนื้ออย่าเหลือเกิน อย่าเพลิดเพลินให้เกินศักดิ์

รักให้สมชมให้ถูก จะปลูกฝังตั้งการใด
ทำให้ได้กับตระกูล เกิดหุนหันแล้วฉุนเฉียว

อย่าโลภเลี้ยวเที่ยวเตร็จเตร่ เดินโลเลไปเรือนพา
ตื่นขึ้นในรุ่งเช้า ให้ดูกิจพินิจงาน

การสตรีที่ประกอบ เชื่อระบบพระมุนี
จึงนับว่าเป็นสตรี องค์นารีที่ดีได้ ฯ


กลอนพระธาตุพนม

( นำ) พระธาตุพระนมนี้ เป็นเจดีย์อันอุดม, 
( รับ) ทั้งเป็นที่นิยม ของปวงชนแต่เดิมมาฯ 

สร้างไว้แต่คราวที่ องค์มุนีศาสดา 
ดับสิ้นสังขารา เสด็จเข้าสู่นิพพานฯ 

ประมาณได้แปดปี ปรากฏมีในตำนาน, 
ว่ามีผู้เชี่ยวชาญ ขีณาสพศิษย์พระองค์ฯ 

นามว่ากัสสปะ ผู้ไม่ละจากธุดงค์, 
ท่านนั้นมีประสงค์ ให้พระธาตุรุ่งเรืองนามฯ 

จึงนำเอาพระธาตุ ของพระศาสดาจารย์, 
พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญ อรหันต์ห้าร้อยองค์ฯ 

เหาะมาทางอากาศ งามวิลาศดุจดังหงส์, 
มาถึงก็รีบลง สู่ภาคพื้นดังใจจงฯ 

จึงได้ไปปรึกษา ชวนพระยาห้าพระองค์, 
เมื่อได้คำตกลง แล้วก็เริ่มก่ออุโมงค์ฯ 

เสร็จแล้วจึงนำเอา ธาตุหัวอกพุทธองค์, 
ใส่ไว้ในอุโมงค์ แล้วปิดไว้แต่นั้นมาฯ 

ครั้งนั้นนครศรี โคตรบุรียังรุ่งเรือง, 
เป็นเมืองที่ลือเรื่อง เจริญเรืองเป็นศักดิ์ศรีฯ 

ได้ฝากของดีไว้ พวกเราได้เป็นโชคดี, 
ควรเราจะเปรมปรีด์ เชิดชูไว้ให้ดี เทอญ ฯ

กลอนแผ่เมตตาหลวง

( นำ) ขอแผ่เมตตาหลวง สัตว์ทั้งปวงมีนานา, 
( รับ) สัตว์ปีกบินบนฟ้า สัตว์ปูปลาแม่น้ำเย็น ฯ 

สัพเพนะสัตตา อเวราอย่าจองเวร, 
สัตว์ตายหรือสัตว์เป็น จงอยู่เย็นสถาพร ฯ 

สัพเพเทวดา พวกผู้ข้าขอวิงวอน, 
รุกเขาป่าดงดอน ทั่วสิงขรสุขทุกวัน ฯ 

สัพเพปุคคะลา มนุสสามาร่วมกัน 
ผิดใจโทษมหันต์ อภัยกันมีเมตตา ฯ 

เจ้าแม่ธรณี ทุกพื้นที่พระสุธา , 
สัพเพปุริสา อิตถิยามีถมไป ฯ 

เจ้ากรรมหรือนายเวร ขอให้เป็นผู้มีชัย , 
สัตว์น้อยหรือสัตว์ใหญ่ อย่ามีภัยมาราวี ฯ 

สัพเพผีปีศาจ ผีพวกขาดอาหารกิน, 
พวกนี้น้ำตาริน ไม่ได้กินทรมาร ฯ 

คือเปรตพวกอดข้าว ของพระเจ้าพิมพิสาร, 
พวกญาติไม่ได้ทาน ตามสถานในวัดวา ฯ 

โชคดีพระสัมมา องค์สัตถาทรงเทศน์โปรด 
พวกเปรตที่ต้องโทษ ทรงผายโผดพ้นทุกข์ใจ ฯ 

ทำบุญส่งไปให้ จึงได้กินอิ่มฤทัย, 
ทำบุญต้องเร็วไว ถ้าช้าไปเสียใจเอย ฯ


กลอนวันศีลน้อยวันศีลใหญ่

( นำ) เจ็ดค่ำวันศีลน้อย อย่าด่าป้อยเสพสุรา, 
( รับ) แปดค่ำถือศีลห้า ไปวัดวาสร้างกุศล ฯ 

สิบสี่ค่ำอย่าหมองหม่น จงเป็นคนใจสะอาด , 
สิบห้าค่ำอย่าประมาท อย่าอาฆาตและจองเวรฯ 

หลีกเว้นให้ไกลไกล จงตั้งใจให้มีธรรม, 
สี่วันเป็นวันพระ อด ลด ละ พ่อแม่เอยฯ 

ทำบุญไว้ตามเคย พ่อแม่เอยจะสบาย, 
ความโศกจะกลับกลาย จากวอดวายกลายเป็นดีฯ 

คุณธรรมอยู่ในจิต ทำชีวิตให้มีศรี, 
จบกันเพียงแค่นี้ สวัสดีสุขีเทอญฯ 

กลอนไหลเรือไฟ

( นำ) ล่องเรือไหลเรือไฟ ลงเรือไปลำน้ำโขง, 
( รับ) ตะวันอัสดง แม่น้ำโขงพาชื่นใจฯ 

ธรรมเนียมประเพณี ทำทุกปีไหลเรือไฟ, 
จัดงานครั้งยิ่งใหญ่ ให้เกริกไกรมโหฬารฯ 

นครพนมคือ เมืองลือชื่อดำเนินงาน, 
เหมือนชมแดนวิมาน ไฟระรานตระการตาฯ 

เรือไฟลำน้ำโขง แสงไหลลงในคงคา, 
ในน้ำก็มีปลา ว่ายไปมาชมเรือไฟฯ 

ฝั่งโขงประเทศลาว พวกหนุ่มสาวเขาสนใจ, 
มาชมไหลเรือไฟ ประเทศไทยเราเจริญฯ 

พระจันทร์วันเต็มดวง แสงโชติช่วงน่าเพลิดเพลิน, 
หนุ่มสาวเหมือนหงส์เหิน พากันเดินริมฝั่งโขงฯ 

ลาวไทยใกล้พรมแดน เหมือนเป็นแฟนได้เชื่อมโยง, 
สองฝั่งแม่น้ำโขง น้ำไหลโค้งเข้าหากันฯ 

พวกลาวและชาวไทย สัมพันธ์ไว้กับเวียงจันทน์, 
ขอเป็นพี่น้องกัน ไทยเวียงจันทน์รักกันเอยฯ 

กลอนประเพณีสิบสองเดือน

( นำ) คำสอนต่อไปนี้ ประเพณีสิบสองเดือน, 
( รับ) พวกเราจะขอเตือน สิบสองเดือนจดจำเอา 

เดือนอ้ายบุญกองข้าว ให้พวกเราจงทำทาน, 
เดือนยี่บุญเข้ากรรม พวกเราทำแต่ความดี ๆ 

เดือนสามบุญข้าวจี่ ถึงเดือนสี่บุญพระเวส, 
เดือนห้าบุญสงกรานต์ พวกหนุ่มสาวร่วมเฮฮา 

เล่นน้ำเล่นกีฬา มีชีวาสุขสมใจ, 
เดือนหกบุญบั้งไฟ พุตะไลบั้งไฟหมื่น 

เดือนเจ็ดบุญกลางบ้าน พวกเราพากันทำทาน, 
เดือนแปดอธิฐาน อะธิฐานเข้าพรรษา 

เข้าพรรษาไปทอดเทียน บำเพ็ญเพียรรักษาศีล, 
เดือนเก้าประดับดิน พวก เรากินเพื่อผู้ตาย 

เดือนสิบบุญข้าวสาก นำเอามามีมากมาย, 
ทำบุญให้ผู้ตาย มีมากมายหลายนาบหน้า 

เดือนสิบเอ็ดออกพรรษา พวกเรามาทอดกฐิน, 
เดือนสิบสองลอยกระทง พากันลงห้วยลำคลอง 

ทอดประทีปดวงมาลา เพื่อบูชารอยพระบาท, 
ทำบุญและทำทาน สุขสำราญบานฤทัย 

พวกเรารักษาไว้ ทั้งหญิงชายคุณความดี, 
ทำตามประเพณี ประเพณีสิบสองเดือน ๆ


กลอนประสูติพุทธองค์

( นำ) บัดนี้จะได้กล่าว ถึงเรื่องราวของพระองค์, 
( รับ) ลงมาบังเกิดเกล้า เอากำเนิดในโลกา 

เสด็จมายามราตรี เข้าสู่ครรภ์ของมารดา, 
ปีนั้นปีระกา จำไว้หนาท่านทุกคน 

อยู่ในครรภ์ไม่ได้นาน กะประมาณได้สิบเดือน, 
ประสูติพระองค์นั้น คือเดือนหกตรงวันเพ็ญ 

เป็นวันอันประเสริฐ เดือนล้ำเลิศบูรมี, 
ปีนั้นเป็นปีจอ เมื่อ พ.ศ. ยังไม่มี 

ก่อนเวลาตั้ง พ.ศ. พุทธองค์ ๘๐ ปี, 
วันศุกร์เป็นวันดี พุทธองค์ท่านเกิดมา 

ประสูติพระองค์นั้น ในสวนลุมพินีวัน, 
เป็นน่าอัศจรรย์ อรหันต์บังเกิดมา 

มารดาชื่อมายา พระบิดาชื่อสุทโธ, 
พระองค์ชื่อพระโพธิ์ สิทธัตถะจำไว้หนา 

วงศาคนาญาติ ของพระองค์มีหลายองค์, 
พระเจ้าสีหนุ ผู้เป็นปู่ของพระองค์ 

พระองค์ผู้เป็นหลาน กาญจนาผู้เป็นย่า, 
พิมพานางเป็นสะใภ้ อยู่มาได้กับพระองค์ 

ตอนนี้ของลาลง ท่านทั้งหลายจำไว้เถิด, 
ตอนนี้ของลาลง ท่านทั้งจำไว้เถิด


กลอนเทพยุดา

( นำ) ดูก่อนเทพยุดา ในสกลเทวโลก, 
( รับ) พวกข้ามาประชุม มาชุมนุมที่ศาลา 

ขอให้เทพยุดา จงลงมาเป็นพยาน, 
พวกข้ามาทำทาน มีทั้งการรักษาศีล 

ขอให้ท่านพระอินทร์ ผู้มีศีลจงจดจำ, 
เซ็นชื่อใส่แผ่นคำ พวกข้าทำตั้งแต่บุญ 

อย่าได้เสื่อมไป ขอจดไว้ท่านพระอินทร์, 
หากว่าท่านได้ยิน ผู้จำศีลขออ้อนวอน 

ขอให้เสียงสะท้อน ไปฮอดบ่อนพระเมตไตย์, 
พระองค์ผู้เมตไตย์ ขอจงได้แผ่เมตตา 

พวกข้าขอลาลง จิตจำนงทุกประการ, 
พวกข้าขอลาลง จิตจำนงทุกประการ


กลอนอานิสงส์ของทาน

( นำ) ทานัง การให้ทาน คือสะพานไปสวรรค์, 
( รับ) ควรให้ทานไปทุกวัน ดังพวกฉันบอกวิธี 

กำจัดความตระหนี่ ไม่ให้มีในกมล, 
อานิสงส์มีหลายล้น ทำให้คนเป็นเทวดา

จากแผ่นดินขึ้นชั้นฟ้า ก็เพราะว่าการให้ทาน, 
เสวยสุขในวิมาน ก็เพราะทานเป็นเรือยนต์

ผลทานย่อมบันดล ทำให้คนไปสวรรค์, 
แสนสุขแสนสำราญ ในวิมานสำราญองค์

ทุกๆท่านที่ประสงค์ อยากเป็นองค์พวกเทวัน , 
ควรให้ทานไปทุกวัน ดังพวกฉันบอกมาเทอญ


กลอนหยายห่อข้าว (ห่อข้าวน้อย)

( นำ) โอโอ่ลูกเราเอ๋ย จงชดเชยการทำทาน 
( รับ) วันนี้ยมบาล ท่านประทานให้แม่มา 

เพื่อรับกุสลา ของลูกยาจงทำบุญ 
เกื้อกูลและอุดหนุน ส่งกองบุญให้แม่เถิด 

ตั้งแต่เจ้าพึ่งเกิด แสนประเสริฐแม่ดีใจ 
กล่อมเกลี้ยงแต่เยาวัย จนกระทั่งโตเป็นนาย 

สละบ้างอย่าเบื่อหน่าย พ่อและแม่จะคอยทาง 
เห็นแต่คนทั้งหลาย เขามาหยายห่อข้าวน้อย 

คอยลูกหญิงและชาย เจ้าช่างหายไม่เหลียวแล 
เหลียวหาก็บ่อเห็น หรือจำเป็นจั่งใดหนา 

เพื่อนๆได้เต็มตะกร้า แม่นี่หนาไม่ได้เลย 
ลูกเอ๋ยจงสงสาร ดวงวิญญาณของแม่นา 

ข้าวปั้นเพียงเล็กน้อย รสอร่อยจงทำทาน 
แก่พระสงฆ์ผู้เบิกบาน ดวงวิญญาณก็จะได้ 

จำไว้นาลูกหนา แม่คอยท่าทุกเวลา 
ลูกจ๋าแม่ลาก่อน ขออวยพรให้โชคดี


กลอนสรภัญญ์อัฐิธาตุเจดีย์

อัฐิธาตุพระเจดีย์ มีความงามอันอุดม
ทั้งเป็นที่ชื่นชม สาธุชนผู้ศรัทธา

สร้างไว้เพื่อบูชา อุปัชฌาย์พระอาจารย์
เป็นบุญญาธิการ ทุก ๆ ท่านผู้บูชา

ปฏิปทาคุณหลวงปู่ พระสุนทรธรรมากร
สั่งสอนสานุศิษย์ ทั่วทุกทิศมาช้านาน

สร้างพระธาตุมหาชัย ที่ยิ่งใหญ่คนกล่าวขาน
ชื่อเสียงเลื่องลือนาม ด้วยเมตตาบารมี

ปฐวีธาตุกสิน เทวาอินทร์ยังเกรงขาม
เทพาเหล่านาคา อารักขาปกป้องภัย

เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรทอง ชนทั้งผองได้พึงพา
ด้วยธรรมเทศนา ภาวนากรรมฐาน

ทุกสิ่งนั้นอนิจจัง สังขารพังมิยังอยู่
หลวงปู่จากศิษย์ไป สุดอาลัยใจห่วงหา

น้ำตาสาธุชน หลั่งไหลล้นพระสุธา
วันคืนไม่ย้อนมา สุดจะหาใครไหนเหมือน

วันเดือนเวียนผันผ่าน เป็นตำนานให้ชนรุ่นหลัง
ตัวตายชื่อเสียงยัง ให้จดจำ ให้ดีเทอญฯ

( แต่ง/ เรียบเรียงโดย พระครูภาวนาสุตาภรณ์)

กลอนลากลับบ้าน  
( สรภัญญ์ กราบลาพระสงฆ์   เป็นประเพณีของชาวอีสาน   )

พวกดิฉันขอกราบลา ถึงเวลาสมควรแล้ว,
ขอลาคุณพระแก้ว ประเสริฐแล้วจงรักษาฯ

ขอลาพระวิหาร ทุกสิ่งอันในอาราม,
ขอลาพระอาจารย์ ขอลากลับทุกๆองค์ฯ

ขอจงอย่ามีกรรม แก่พวกฉันทุกๆคน,
กรรมใดที่ประเสริฐ ขอให้เกิดอยู่ในตัวฯ

กรรมใดที่มัวหมอง อย่าได้จองแก่พวกฉัน,
สิบนิ้วไหว้วันทา ขอพึ่งพาไว้ทรงเดชฯ

กับทั้งผู้วิเศษ ผู้ทรงเดชพระศาสดา,
กับทั้งพระธรรมา พระสังฆาคือไตรสามฯ

ขอจงได้ติดตาม ทุกๆยามวันเวลา,
อาจารย์ทุกๆองค์ จงให้พรอย่านาน เทอญ ฯ

.......................................................................
พระสงฆ์ก็จะอนุโมทนาวิธี (ยะถา....)

เมื่อพระสงฆ์ให้พรแล้วขึ้นบทกล่าวลาดังนี้
สาธุ สาธุ คุณพระพุทธัง คุณพระธัมมัง คุณพระสังฆัง  
คุณพระบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ คุณพระบรมธาตุเจ้า
ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย ที่มาฟังในวันนี้ จงมีแต่ความสุขความเจริญเทอญ ฯ  

"
หันทะทานิ มะยัง ภันเต อาปุจฉามะ พะหุกิจจามะยัง พะหุการะนียา "

พระสงฆ์กล่าวว่า “ ยัสสะทานิ ตุมเห กาลัง มัญญะถะ ” 
กล่าวรับพร้อมกันว่า “ สาธุ ภันเต ” ๓ ครั้ง


สรภัญญะ ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
สรภัญญะ ไหลเรือไฟ
สรภัญญะ พระคุณแม่