ประวัติจังหวัดนครพนม

ประวัติความเป็นมาของจังหวัดนครพนม


คำขวัญจังหวัดนครพนม
พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูภูไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง

จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่เก่าแก่จังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประวัติสืบทอดกันมานานหลายร้อยปี
ซึ่งเดิมพื้นที่จังหวัดนครพนมเคยเป็นมหานครของอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ที่รุ่งเรืองในอดีตประมาณราวต้นพุทธศตวรรษที่ 12
เป็นอาณาจักรอิสระไม่ขึ้นกับใคร มีอาณาจักรร่วมสมัยคือ อาณาจักรทวาราวดี อาณาจักรละโว้ และอาณาจักรศรีวิชัย เป็นต้น ซึ่งอาณาจักรต่างๆ
ได้ผลัดเปลี่ยนกันมีอำนาจเหนืออาณาจักรอื่น ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ได้เสื่อมอำนาจลง
ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรขอม ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ชื่อของ ศรีโคตรบูรณ์ ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในนาม เมืองโคตรบูรณ์
เป็นเมืองในอาณาจักรล้านช้าง มีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง โดยพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง ทรงสร้างเมืองที่ปากห้วยหินบูรณ์ (
ปากห้วยบรรจบลำน้ำโขงฝั่งซ้ายตรงข้ามอำเภอท่าอุเทน เหนือเมืองนครพนม ) ให้ชื่อเมืองใหม่ว่า ศรีโคตรบูรณ์ สืบราชสมบัติมาได้หลายองค์
ต่อมาย้ายเมืองมาตั้งที่ป่าไม้รวก ห้วยศรีมัง ริมแม่น้ำโขงฝั่งซ้าย ( คือเมืองเก่าใต้เมืองท่าแขกในปัจจุบัน )

ถึงปี พ . ศ . 2297 มีพระนครานุรักษ์ ครองเมืองศรีโคตรบูรณ์ มีความเห็นว่าเมืองมิได้ตั้งอยู่ที่ปากห้วยหินบูรณ์แล้ว
จึงได้เปลี่ยนนามเมืองใหม่ว่า เมืองมรุกขนคร เพราะถือว่าสร้างขึ้นในดงไม้รวก นามเมืองศรีโคตรบูรณ์ จึงได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ครั้งนั้น

ปี พ . ศ . 2330 ย้ายเมืองมาตั้งทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ปากห้วยบังฮวก บรรจบกับแม่น้ำโขง ( ปัจจุบันอยู่ระหว่างบ้านดอนนางหงส์ท่า
ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม เลยลงไปถึงบ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม ) เมืองรุกขนคร
เมื่อย้ายมาตั้งที่ปากห้วยบังฮวก โดยประมาณ 20 ปี น้ำได้กัดเซาะตลิ่งพังลงมามาก จึงได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ (
ห่างจากตัวเมืองนครพนมปัจจุบันไปทางทิศใต้ประมาณ 4 กิโลเมตร ) ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า นครบุรีราชธานี

ปี พ . ศ . 2337 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองเสียใหม่ว่า เมืองนครพนม ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ
การที่พระราชทานนามว่า เมืองนครพนม สันนิษฐานได้ว่าอาจจะเนื่องด้วยแต่เดิมเมืองนี้เป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน
เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงให้ใช้คำว่า นคร หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า นคร นี้
อาจรักษาชื่อเมืองเดิมคือเมืองนครบุรีราชธานีไว้ ส่วนคำว่า พนม อาจจะเนื่องด้วยจังหวัดนี้มีองค์พระธาตุพนมประดิษฐานอยู่
หรืออาจจะเนื่องจากเดิมมีอาณาเขตกินไปถึงดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง คือบริเวณเมืองท่าแขก
ซึ่งมีภูเขาสลับซับซ้อนมากมายไปถึงดินแดนของประเทศเวียดนาม จึงใช้คำว่า พนม เพราะแปลว่า ภูเขา

จังหวัดนครพนม มีองค์พระธาตุพนมเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล
เป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวลาว มีงานเฉลิมฉลององค์พระธาตุพนมในระหว่างวันเพ็ญเดือนสามของทุกปี

ที่ตั้งและอาณาเขต

จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดชายแดน ตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีลักษณะเป็นแนวยาวตามฝั่งของแม่น้ำโขง ประมาณ 153 กิโลเมตร
อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 - 18 องศาเหนือ และระหว่างเส้นแวงที่ 104 – 105 องศาตะวันออก มีระยะห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 735 กิโลเมตร
จังหวัดนครพนมมีเนื้อที่ประมาณ 5,512.668 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,445,418 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3
ของพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 140 เมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย
ทิศใต้ ติดต่อกับเขตอำเภอดงหลวง อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็น
ที่กั้นพรมแดน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำเภอกุสุมาลย์ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร

การแบ่งเขตการปกครอง

ในปี พ . ศ .254 5 จังหวัดนครพนม แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 12 อำเภอ โดยมีอำเภอ ดังนี้ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอท่าอุเทน อำเภอธาตุพนม
อำเภอนาแก อำเภอนาหว้า อำเภอบ้านแพง อำเภอปลาปาก อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอเรณูนคร อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาทม และอำเภอวังยาง

สภาพภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ แบ่งเป็น 2 เขต คือ

เขตตอนเหนือ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินสูงและที่ดอน มีป่าไม้สลับกับพื้นที่ราบใช้ทำนา
ทางเหนือสุดของจังหวัดในเขตอำเภอบ้านแพงมีเทือกเขาภูลังกาทอดผ่าน นอกจากนี้ยังแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน คือแม่น้ำสงครามและแม่น้ำอูน
สำหรับอำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม อำเภอท่าอุเทน อำเภอนาหว้า อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอนาทม

เขตตอนใต้ พื้นที่บริเวณใกล้แม่น้ำโขงทางทิศตะวันออก เป็นที่ราบลุ่ม
ส่วนทางทิศตะวันตกซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงออกไปมีพื้นที่ดอนมีสภาพเป็นป่าเต็งรัง พื้นดินส่วนมากมีลักษณะเป็นหินลูกรัง
บางแห่งมีลักษณะที่เนินและที่ราบสลับกัน มีแม่น้ำก่ำไหลผ่านพื้นที่ทางใต้สุดของจังหวัด
ในเขตอำเภอนาแกมีเทือกเขาภูพานทอดเป็นแนวกั้นเขตระหว่างจังหวัดนครพนมและจังหวัดมุกดาหาร สำหรับอำเภอที่อยู่ในเขตนี้ได้แก่
อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอธาตุพนม อำเภอปลาปาก อำเภอนาแก และอำเภอวังยาง

สภาพภูมิอากาศและฤดูกาล

จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุก
ทั้งนี้เพราะได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนในทะเลจีนใต้และได้รับอิทธิพลจากป่าไม้และเทือกเขาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

จังหวัดนครพนม มี 3 ฤดู คือ

-ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ฤดูร้อนจะมีอากาศอบอ้าว อุณหภูมิเฉลี่ย 25-35 องศาเซลเซียส
-ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม ในบางส่วนของจังหวัดมีฝนตกชุกมาก
โดยเฉพาะอำเภอที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงจะประสบอุทกภัย ได้รับความเสียหายเป็นประจำทุกปี เช่น อำเภอเมือง อำเภอบ้านแพง อำเภอท่าอุเทน เป็นต้น
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตรต่อปี
-ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยทั่วไปอากาศจะหนาวเย็นอุณหภูมิเฉลี่ย 15-25 องศาเซลเซียส

สถิติอุตุนิยมวิทยา

เนื่องจากจังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ราบสูง และเต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีบางส่วนเป็นป่าทึบหนาแน่น
อากาศจึงค่อนข้างร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน และหนาวจัดในฤดูหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 25.9 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21.1
องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.2 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศร้อนจัดที่สุด คือเดือนเมษายน อุณหภูมิสูงที่สุดวัดได้ 42.0
องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2516 และวันที่ 14 เมษายน 2526 ส่วนในฤดูหนาววันที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุด อุณหภูมิต่ำสุดที่วัดได้ 3.1
องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2498

แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ

แหล่งน้ำที่สำคัญของจังหวัดนครพนม ได้แก่

แม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำที่มีความลึกและความยาวมาก เป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โดยถือเอาร่องน้ำลึกเป็นแนวเขต

ลำน้ำสงคราม ต้นกำเนิดในท้องที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ไหลผ่านท้องที่อำเภอเซกาจังหวัดหนองคาย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร
ผ่านอำเภอศรีสงคราม และลงสู่แม่น้ำโขงที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน

ลำน้ำยาม ต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร ไหลผ่านท้องที่อำเภอศรีสงคราม มาบรรจบลำน้ำสงครามที่บ้านปากยาม ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม

ลำน้ำก่ำ ต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร ไหลลงสู่น้ำโขงที่ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม

ลำน้ำอูน ต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอท่าอุเทนกับอำเภอศรีสงคราม

จังหวัดนครพนม มีประเพณี และการดำเนินชีวิตตามแบบของชาวอีสานเป็นส่วนใหญ่ มีสถานที่ที่มีวัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้าน ดังนี้

สถานที่ วัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้าน

อำเภอเมือง แสกเต้นสาก ฟ้อนผู้ไท เซิ้ง
อำเภอนาหว้า เซิ้งบั้งไฟ เซิ้งเก็บหมากหว้า
อำเภอนาแก ฟ้อนผู้ไท แคนประยุกต์
อำเภอปลาปาก ฟ้อนผู้ไท เซิ้งกระติบข้าว เซิ้งสวิง การขับร้องสรภัญญะ

การขับร้องเพลงพื้นบ้านต่างๆ

อำเภอท่าอุเทน รำไทญ้อ โซ่ทั่งบั้ง
อำเภอธาตุพนม รำศรีโคตรบูรณ์ รำไทผวน
อำเภอเรณูนคร รำภูไท รำเบิ่งโขง รำก็อบแก็บ
อำเภอโพนสวรรค์ การแสดงโซ่ทั่งบั้

สถานที่ท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

1. ภูลังกา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอบ้านแพงเป็นระยะทาง 6 ก . ม . ถนนคอนกรีต ภูลังกาเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกและลำธารหลายสาย
ตลอดจนเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของดอกไม้ กล้วยไม้ และพันธุ์ไม้นานาชนิดที่สวยงาม การเดินทางจากตัวจังหวัดใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ( นครพนม –
บ้านแพง ) เป็นระยะทาง 92 ก . ม .

2. น้ำตกตาดขาม ต้นลำธารเกิดจากเทือกเขาภูลังกา ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านแพงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 6 ก .
ม . ถนนคอนกรีตใช้ได้ทุกฤดูกาลเป็นลำห้วยไหลมาบรรจบกัน เกิดเป็นลำห้วย สภาพโดยรอบบริเวณร่มรื่น
เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นน้ำตกที่สวยงามมาก ใช้เส้นทางเดียวกับไปภูลังกา

3. น้ำตกตาดโพธิ์ กำเนิดจากเทือกเขาภูลังกา อยู่ใกล้กับน้ำตกตาดขาม มีระยะห่างกันประมาณ 5 ก . ม . มีลักษณะสวยงาม
อยู่ห่างจากอำเภอบ้านแพงประมาณ 11 ก . ม . ถนนลูกรังใช้ได้ทุกฤดูกาล เดินทางไปถึงน้ำตกใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ สองข้างทางร่มรื่น
เหมาะแก่การเดินชมความงามธรรมชาติในฤดูฝน สามารถมองเห็นน้ำตกได้จากทางหลวงแผ่นดินที่เลียบแม่น้ำโขง

4. หาดดอนแดง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอบ้านแพง ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 1 ก . ม .
ติดริมฝั่งแม่น้ำโขงตรงข้ามกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม
ภูมิทัศน์ยามที่มีการปลูกใบยาสูบนับพันๆ ไร่ นอกจากนี้ยังจะใช้ชมทิวเขาจากฝั่งตรงข้าม ชมแม่น้ำโขงเส้นแนวเขตชายแดนไทย – ลาว
มีหาดทรายลงไปถึงแม่น้ำโขง การเดินทางจากอำเภอบ้านแพงไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 1 ก . ม . ถนนลูกรัง ใช้ได้เฉพาะในฤดูร้อน

5. ด่านสาวคอย ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานหินเรียบ มีต้นไม้เบญจพรรณขึ้นประปราย
เมื่อถึงลานสามารถมองเห็นยอดพระธาตุพนมรวมทั้งอ่างเก็บน้ำห้วยโท ห้วยผักดอก และพื้นที่ของอำเภอนาแก ทั้งพื้นที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก
การเดินทางจากอำเภอนาแกประมาณ 6 ก . ม . ถนนลูกรัง ใช้ได้ทุกฤดูกาล รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงบริเวณด่านสาวคอยได

แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์

1. พระธาตุพนม ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ในเขตอำเภอธาตุพนมห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 50 ก . ม . มีความสำคัญ คือ
มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระธาตุ และฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุพนม มีน้ำหนักถึง 110 ก . ก . ปัจจุบันพระธาตุพนม มีฐานกว้างด้านละ 12.33
เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงและดูสง่างามยิ่งนัก งานนมัสการพระธาตุพนม จัดเป็นประจำทุกปีของชาวจังหวัดนครพนม โดยเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 12
ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 3

2 . พระธาตุท่าอุเทน ประดิษฐานอยู่ ณ บ้านท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน รูปทรงคล้ายพระธาตุพนม สูงจากพื้นดินถึงยอด 33 วา ฐานกว้างด้านละ 6 วา 3 ศอก
พระธาตุท่าอุเทนนี้เป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งองค์หนึ่ง บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งพระอาจารย์ศรีทัตถ์ ผู้สร้างพระธาตุ
ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า การเดินทางไปนมัสการพระธาตุจากตัวเมืองนครพนม ใช้เส้นทางหมายเลข 212 ไปยังอำเภอท่าอุเทน 26 ก . ม .
ถึงที่ว่าการอำเภอท่าอุเทน ซึ่งอยู่ใกล้วัดพระธาตุพนมท่าอุเทน และอยู่ตรงข้ามกับเมืองหินบูรณ์ แขวงคำม่วน
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

3. พระธาตุเรณูนคร ประดิษฐานอยู่ ณ บ้านเรณูนคร อำเภอเรณูนคร สร้างขึ้นเมื่อ พ . ศ .2461 โดยอาจารย์เม้า วงษา และอุปัชฌาย์อินทร์
โดยจำลองมาจากองค์พระธาตุพนม สูง 35 เมตร กว้าง 8.37 เมตร มีซุ้มประตู 4 ด้าน ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฏก
นอกจากมีองค์พระธาตุเรณุนครแล้วยังมีพระพุทธรูปพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปทองคำ น้ำหนัก 1,200 ก . ก . หน้าตักกว้าง 50 ซ . ม . สูง 50 ซ . ม .
ประกอบด้วยพระพุทธรูปลักษณะสวยงาม การเดินทางไปนมัสการพระธาตุเรณูนคร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 44 มีทางเข้าไปพระธาตุอีก 7
ก . ม . จังหวัดนครพนม

 

กลับสู่หน้าหลัก