อุปวาณสูตร

[ ๘๕ ] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน
อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี
ครั้งนั้นแล ท่านพระอุปวาณะ ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ


[ ๘๖ ] ครั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว
ท่านพระอุปวาณะ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติว่า ทุกข์ ตนทำเอง
ส่วนสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติว่า ทุกข์ ผู้อื่นทำให้
มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติว่า ทุกข์ ตนทำเองด้วย ผู้อื่นทำให้ด้วย
มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติว่า
ทุกข์เกิดขึ้นเพราะอาศัยการที่มิใช่ ตนเองกระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำให้

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ในวาทะทั้ง ๔ นี้ พระผู้มีพระภาค ตรัสไว้อย่างไร ?
ตรัสบอกไว้อย่างไร? ข้าพระองค์พยากรณ์อย่างไร ?

จึงจะชื่อว่า เป็นผู้กล่าวตาม ที่พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว
จะไม่กล่าวตู่ พระผู้มีพระภาค ด้วยคำไม่จริง
และจะพยากรณ์ ธรรมสมควรแก่ธรรม
ทั้งการคล้อยตาม วาทะที่ถูกไร ๆ
จะไม่พึงถึงฐานะ อันวิญญูชนจะติเตียนได้ ฯ














[ ๘๗ ] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรอุปวาณะ เรากล่าวทุกข์ เป็นของอาศัยเหตุ เกิดขึ้น

ทุกข์ อาศัยอะไร เกิดขึ้น
ทุกข์ อาศัยผัสสะ เกิดขึ้น

บุคคลผู้กล่าวดังนี้
จึงจะชื่อว่า เป็นอันกล่าวตาม ที่เรากล่าวแล้ว
ไม่กล่าวตู่เรา ด้วยคำไม่จริง
พยากรณ์ธรรม สมควรแก่ธรรม
ทั้งการคล้อยตามวาทะที่ถูกไรๆ
จะไม่พึงถึงฐานะ อันวิญญูชน จะติเตียนได้

ดูกรอุปวาณะ ในวาทะทั้ง ๔ นั้น
แม้ทุกข์ ที่พวกสมณพราหมณ์ บัญญัติว่า ตนทำเอง
ย่อมเกิดขึ้น เพราะผัสสะ เป็นปัจจัย ฯลฯ
แม้ทุกข์ ที่พวกสมณพราหมณ์บัญญัติว่า
เกิดขึ้น เพราะอาศัยการ ที่มิใช่ตนเองกระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำให้

ก็ย่อมเกิดขึ้น เพราะผัสสะ เป็นปัจจัย

ดูกรอุปวาณะ ในวาทะทั้ง ๔ นั้น
พวกสมณพราหมณ์ บัญญัติว่า ทุกข์ตนทำเอง
เว้นผัสสะเสีย เขาย่อมเสวยทุกข์ ดังนี้
มิใช่ฐานะ ที่จะมีได้ ฯลฯ

พวกสมณพราหมณ์บัญญัติว่า
ทุกข์เกิดขึ้น เพราะอาศัยการที่มิใช่ตนเองกระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำ
ให้เว้นผัสสะเสีย เขาย่อมเสวยทุกข์ ดังนี้
มิใช่ฐานะ ที่จะมีได้ ฯ

จบสูตร

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ ( ภาษาไทย ) เล่มที่ ๑๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
หน้าที่ ๓๗ / ๒๘๘ หัวข้อที่ ๘๔ - ๘๗